ผู้ได้รับพระราชทานรางวัล

ประกาศผลในวันที่ 14 มีนาคม 2567

Ad_PRINCESS-CHULABHORN-AWARD-Conference2026_Artboard 2
Ad_PRINCESS-CHULABHORN-AWARD-Conference2026_Artboard 4
Ad_PRINCESS-CHULABHORN-AWARD-Conference2026_Artboard 3

Abass Alavi, MD, MD(Hon), PHD(Hon), DSc(Hon)

Professor of Radiology at the Hospital of the University of Pennsylvania

Associate Director at the Institute on Aging at the University of Pennsylvania Perelman School of Medicine

นายสมมติ สกลุไทย

รางวัลสาขา medicine

นายสมมติ สกลุไทย

รางวัลสาขา medicine

นายสมมติ สกลุไทย

รางวัลสาขา medicine

นายสมมติ สกลุไทย

รางวัลสาขา medicine

นายสมมติ สกลุไทย

รางวัลสาขา medicine

นายสมมติ สกลุไทย

รางวัลสาขา medicine

นายสมมติ สกลุไทย

รางวัลสาขา medicine

นายสมมติ สกลุไทย

รางวัลสาขา medicine

นายสมมติ สกลุไทย

รางวัลสาขา medicine

ประวัติผู้ได้รับพระราชทานรางวัล

          ศาสตราจารย์ นายแพทย์ Wang  Zhen-Yi และ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร. Chen  Zhu จาก Shanghai Institute of Hematology โรงพยาบาล Ruijin ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการค้นพบและพัฒนาแนวทางการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด Acute Promyelocytic Leukemia (APL) ด้วย All-trans Retinoic Acid (ATRA) และ Arsenic Trioxide ซึ่งนับว่าเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญระดับโลกในวงการแพทย์สมัยใหม่ ผลงานของศาสตราจารย์ทั้งสองท่านได้แสดงให้เห็นว่า การใช้ ATRA ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอ สามารถกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด APL ที่หยุดการพัฒนาอยู่ในระยะ promyelocyte กลับมาพัฒนาเป็นเม็ดเลือดขาวที่เจริญเต็มที่ได้ กระบวนการดังกล่าวเรียกว่า differentiation therapy ซึ่งแตกต่างจากการรักษามะเร็งแบบดั้งเดิมที่เน้นการทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง (Salvage therapy) ต่อมา ทั้งสองท่านได้พัฒนาการรักษา โดยการใช้ Arsenic Trioxide ร่วมด้วย ซึ่งสามารถกำจัดโปรตีนก่อโรคที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน (PML-RARA fusion protein) ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาอย่างมีนัยสำคัญ การผสมผสานของ ATRA และ Arsenic Trioxide จึงกลายเป็นแนวทางการรักษามาตรฐานของโลกในปัจจุบัน ผลจากการค้นพบดังกล่าวทำให้โรค APL ซึ่งในอดีตเป็นโรคมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงมาก สามารถรักษาให้หายขาดได้ในผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ ๙๐-๙๕ ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สำคัญที่สุดของ precision medicine และ targeted therapy ในวงการโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยาสมัยใหม่ นอกจากนี้ ผลงานดังกล่าวยังมีความสำคัญเชิงวิทยาศาสตร์อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่นักวิจัยแสดงให้เห็นว่ามะเร็งบางชนิดสามารถรักษาได้ด้วยการกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงการพัฒนา     ของเซลล์ (induced cell differentiation) แทนการทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง แนวคิดนี้                  ได้กลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนายา targeted therapy และการแพทย์แม่นยำในโรคมะเร็ง โรคทางโลหิตวิทยา และโรคทางพันธุกรรมในเวลาต่อมา ผลงานของศาสตราจารย์ทั้งสองท่านจึงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติ และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของการวิจัยทางโลหิตวิทยาในศตวรรษที่ ๒๐ โดยช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วยทั่วโลกนับแสนราย และเป็นตัวอย่างสำคัญของการนำองค์ความรู้พื้นฐานทางชีววิทยาระดับโมเลกุลไปสู่การพัฒนาการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงในผู้ป่วยอย่างแท้จริง สิ่งที่สำคัญอย่างมากคือ ท่านไม่ได้จดลิขสิทธิ์การค้นพบของท่าน ทำให้ทั่วโลกสามารถผลิตยา ATRA และ Arsenic Trioxide ได้ด้วยราคาที่สามารถเข้าถึงได้ สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยอย่างแพร่หลายได้ทันที ต่างจาก targeted therapy อื่นๆซึ่งมักจะมีการจดลิขสิทธิ์และเริ่มต้นจำหน่ายด้วยราคาที่สูงมาก สามารถเข้าถึงได้เฉพาะผู้ป่วยหรือในประเทศที่มีเศรษฐานะสูงเท่านั้น แสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่าท่านเป็นผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีอย่างมาก เห็นแก่ประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นที่ตั้งโดยไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตน เป็นคุณสมบัติที่น่ายกย่องและควรนำมาเป็นต้นแบบอย่างยิ่ง

          ศาสตราจารย์หวัง เจิ้นอี้ (Wang Zhen-Yi) เป็นที่รู้จักมากที่สุดจากการค้นพบวิธีรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันชนิดโพรไมอีโลไซติก (Acute promyelocytic leukemia หรือ APL) โดยใช้กรดวิตามินเอ (All-trans-retinoic acid หรือ ATRA) ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ศาสตราจารย์เฉิน จู (Chen Zhu) ได้ร่วมมือกับศาสตราจารย์หวังในการอธิบายถึงประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของสารหนูออกไซด์ (Arsenic trioxide หรือ ATO) ในการรักษาโรค APL เป็นครั้งแรก การบำบัดนี้ได้เปลี่ยนโฉมหน้าการรักษาจากมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดที่ร้ายแรงที่สุดให้กลายเป็นชนิดที่สามารถรักษาให้หายขาดได้มากที่สุดในบรรดามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันกลุ่มไมอีลอยด์ (AML) ทั้งหมด

          พวกท่านได้ค้นพบการรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) สำหรับโรคมะเร็งครั้งแรกของโลก ซึ่งเป็นการ “สอน” ให้เซลล์มะเร็งที่กลายพันธุ์อันร้ายแรง กลับมาเป็นเซลล์ปกติโดยไม่มีพิษต่อเซลล์ (Cytotoxicity) จึงทำให้มีผลข้างเคียงต่อผู้ป่วยน้อยมากน้อยมากเมื่อเทียบกับยาเคมีบำบัด วิธีนี้ได้กลายเป็นต้นแบบของการรักษาแบบมุ่งเป้าอื่นๆ สำหรับโรคมะเร็งในเวลาต่อมา การใช้ ATRA ร่วมกับ ATO ถือเป็นสูตรการรักษาแรกที่ไม่ใช้ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy-free) แต่สามารถรักษามะเร็งที่แพร่กระจายแล้วให้หายขาดได้โดยมีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย ปัจจุบันกลายเป็นมาตรฐานการรักษาหลักสำหรับโรคนี้ สิ่งที่น่าชื่นชมคือพวกท่านไม่ได้จดสิทธิบัตรการค้นพบนี้ ทำให้การรักษาสามารถเข้าถึงผู้ป่วยทุกคนได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงในประเทศที่มีรายได้น้อยด้วย

ศาสตราจารย์หวัง เจิ้นอี้ (Professor Wang Zhen-Yi)

          ศาสตราจารย์หวัง เกิดเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๗ ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยออโรร่า (Aurora University) ในปี พ.ศ. ๒๔๙๑ และได้ปฏิบัติหน้าที่แพทย์ประจำบ้านและอายุรแพทย์ ณ โรงพยาบาลรุ่ยจิน (Ruijin Hospital) ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๙๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๓

เส้นทางอาชีพ:

๒๕๐๓ – ๒๕๒๕: ท่านสอนที่มหาวิทยาลัยการแพทย์ที่สองแห่งเซี่ยงไฮ้ และดำรงตำแหน่งคณบดีภาควิชาพยาธิวิทยาและสรีรวิทยา (โดยศาสตราจารย์เฉิน จู ผู้ร่วมรับรางวัลในครั้งนี้ เคยเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ของท่าน)

๒๕๒๗ – ๒๕๓๑: อธิการบดีมหาวิทยาลัยการแพทย์ที่สองแห่งเซี่ยงไฮ้

๒๕๓๐ – ๒๕๓๙: ผู้อำนวยการสถาบันโลหิตวิทยาแห่งเซี่ยงไฮ้ (SIH)

ปัจจุบัน: ผู้อำนวยการกิตติมศักดิ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง

รางวัลและเกียรติยศบางส่วน:

  • ได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์ Légion d’honneur จากฝรั่งเศส และรางวัลระดับนานาชาติมากมาย เช่น รางวัล Kettering, รางวัล Charles Rodolphe Brupbacher และรางวัลดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย
  • ๒๕๖๗: ได้รับมอบ “เหรียญแห่งสาธารณรัฐ” (Medal of the Republic) ซึ่งเป็นเหรียญเกียรติยศขั้นสูงสุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน

 ศาสตราจารย์เฉิน จู (Professor Chen Zhu)

          ศาสตราจารย์เฉิน เกิดที่เซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๖ เริ่มต้นอาชีพทางการแพทย์จากการเป็น “หมอเท้าเปล่า” (Barefoot doctor) ในชนบทของจีนเป็นเวลา ๕ ปี ก่อนจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยการแพทย์ที่สองแห่งเซี่ยงไฮ้ และปริญญาเอก (Ph.D.) จากมหาวิทยาลัย Paris Diderot University ประเทศฝรั่งเศส

เส้นทางอาชีพ:

          อดีตผู้อำนวยการสถาบันโลหิตวิทยาแห่งเซี่ยงไฮ้ และอดีตผู้อำนวยการศูนย์จีโนมมนุษย์แห่งประเทศจีน (ภาคใต้)

          ๒๕๖๗: ดำรงตำแหน่งประธานสภากาชาดแห่งประเทศจีน เป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติของหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และสถาบันวิทยาศาสตร์โลก (TWAS) รวมถึงเป็นภาคีสมาชิกกิตติมศักดิ์ของ Academy of Medical Sciences สหราชอาณาจักร

รางวัลและเกียรติยศบางส่วน:

          รางวัลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งรัฐโดยรัฐบาลจีน, เครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์จากฝรั่งเศส และรางวัล Sjöberg จากราชบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน ในปี พ.ศ. ๒๕๖๑

ความสำเร็จและผลงาน

          ความสำเร็จของทั้งสองท่านคือการใช้ การรักษาแบบมุ่งเป้าคู่ (Double Target Therapy) ซึ่งประกอบด้วยกรดวิตามินเอ (ATRA) และสารหนูขาว (ATO) เพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิด APL

          ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๒๘ โรคนี้มักเป็นอันตรายถึงชีวิต เพราะการให้ยาเคมีบำบัดมักทำให้เกิดอาการเลือดออกรุนแรงเนื่องจากภาวะลิ่มเลือดแพร่กระจายในหลอดเลือด (DIC) โดยมีอัตราการรอดชีวิตเพียงร้อยละ ๓๐-๔๐ เท่านั้น โรคนี้เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่สร้างโปรตีนก่อมะเร็งชื่อ PML/RARα

  • ปี พ.ศ. ๒๕๒๘: ศาสตราจารย์หวัง รายงานการใช้ ATRA ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ส่วน RARα ของโปรตีนก่อมะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งพัฒนาไปเป็นเซลล์ปกติโดยไม่ทำลายเซลล์ ส่งผลให้อัตราการรอดชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๘๖
  • ปี พ.ศ. ๒๕๓๓: ศาสตราจารย์เฉิน และศาสตราจารย์หวัง รายงานความสำเร็จในการใช้ ATO ในผู้ป่วยที่กลับมาเป็นซ้ำ โดย ATO จะมุ่งเป้าไปที่ส่วน PML ของโปรตีนก่อมะเร็ง
  • ปี พ.ศ. ๒๕๔๙: ทั้งสองท่านรายงานว่าการใช้ ATRA ร่วมกับ ATO โดยไม่ใช้ยาเคมีบำบัด สามารถรักษาผู้ป่วยที่เริ่มวินิจฉัยใหม่ได้ผลดีเยี่ยม โดยมีอัตราการรอดชีวิตในระยะยาวสูงถึงร้อยละ      ๙๐-๙๕ ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานการรักษาจนถึงปัจจุบัน

          ตลอด ๔๐ ปีที่ผ่านมา การค้นพบนี้ได้ช่วยชีวิตผู้ป่วยจำนวนมหาศาลและช่วยให้ผู้ป่วยทั่วโลกไม่ต้องเผชิญกับผลข้างเคียงที่รุนแรงจากเคมีบำบัด เพื่อเป็นการยกย่องการอุทิศตนและผลงานที่ปฏิวัติวงการรักษาโรคมะเร็ง คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ ศาสตราจารย์หวัง เจิ้นอี้ และศาสตราจารย์เฉิน จู เป็นผู้ได้รับพระราชทาน “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” ประจำปี ๒๕๖๘

Scroll to Top